Home » USA Life » เล่าเรื่องจากประสบการณ์ เปิดร้านอาหารไทยในอเมริกา ตอน 1

เล่าเรื่องจากประสบการณ์ เปิดร้านอาหารไทยในอเมริกา ตอน 1

open-restaurant

ร้านอาหารไทยในอเมริกา น่าจะเป็นความฝันของคนไทยในอเมริกา รวมถึงคนไทยที่ยังไม่ได้มา หลายๆ คนที่อยากจะเปิดมีกิจการของตัวเอง และคิดว่ามันคงไม่ยากเย็นอะไรที่จะเปิดร้านอาหารซักร้านนึง เพราะในเมืองไทยบ้านเราง่ายมากๆ ข้างทาง ตรอก ซอย เปิดในบ้านตัวเองก็ยังได้เลย ก่อนที่ผมจะได้กรีนการ์ดมาได้ในปี 2010 ประมาณปี 2009 แม่โทรมาบอกว่าจะเปิดร้านนะ เซ้งต่อจากคนเกาหลี เป็นร้านเกาหลีเก่ามาก่อน เล็ก ๆไม่ใหญ่ อยู่แถวๆหน้าค่ายทหาร ตอนนั้นผมยังไม่รู้อะไรเกียวกับอเมริกาเลยซักนิด นึกภาพไม่ออก

ก็ได้แต่เข้า google map ส่องดูถนน หนทาง ตึก บ้านช่องต่างๆ ก็เห็นร้านอยู่ตึกอิฐสีส้ม เก่าชะมัด 55 แต่อย่างว่าตึกเก่า ค่าเช่าก็ถูก เหมาะกับคนที่ลงทุนงบน้อย ไม่ได้ใหญ่โต ขอแค่ทำกำไร ทำมาหากินค้าขายได้ก็พอ ลุยโล้ด  ถามว่าจะตั้งชื่อร้านอะไรดี เออ นึกไม่ออก เอาชื่อแม่เลยแล้วกัน โลโก้เมนูร้านหร่ะ ออกแบบหาจากในเน็ต ส่งเมลล์ให้ร้านที่แม่จ้างทำเมนู ส่วนป้ายร้านก็หาคนไทยออกแบบรับทำป้าย

เผอิญร้านเกาหลีนี้ อยู่ข้าง ๆร้านเพื่อนแม่ที่เปิด grocery อยู่ ขายพวกของกินของใช้ชาวเอเชียอย่างพวกเรา  ถามว่าทำไม แม่เพิ่งมาเปิดร้านเอาตอนอายุเยอะแล้ว เป็นลูกจ้างเค้ามา 20 กว่าปี สูตรอาหาร ระบบร้านในครัวไทย รู้ดีหมดทุกอย่าง เกิดฟิวลิ่งอยากมีของตัวเอง เป็นความภูมิใจก่อนรีไทน์ว่างั้น อีกทั้งเห็นว่าตัวผมใกล้จะได้กรีนการ์ด บินมาช่วยแล้ว  ผมอยู่ไทยก็วาดฝันไว้ ว่ามันต้องเวิคแน่นอน ร่ำรวยเฮงๆ ฮ่าๆ ทั้ง ๆที่ไม่เคยมีกิจการของตัวเอง ทำแต่งานบริษัท รับจ้างตอกบัตรเช้า ออกเย็น

ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ที่เมืองผม Fayetteville NC นี่ ค่าครองชีพไม่สูงมาก จะมี buffet ในช่วงเช่า – เที่ยง เริ่ม 11.00 – 14.00 จะเป็นช่วง lunch ส่วนช่วงบ่ายไปจะเป็น dinner ตามสั่ง dine in และ order to go โทรมาสั่งหรือ walk in เดินเข้ามาสั่ง แล้วรอรับ  ส่วนช่วงเวลา แล้วแต่ร้านว่าจะปิดดึกปิดเร็วกันขนาดไหน ส่วนในเมืองอื่นๆ อาจจะไม่มี buffet

ประวัติตึกเช่านี้เจ้าของเป็นคนเกาหลี ร่ำรวยมาก มีที่หลายที่ ไปซื้อแล้วสร้างตึกให้คนเช่า ตัวเองก็มีที่สร้างห้องทำร้าน grocery ของของทุกสิ่งอย่าง ของไทย ๆก็เพียบมีเกือบทุกอย่าง ร้านใหญ่ในเมืองเลยทีเดียว แต่ตัวแกเองแก่มาก เลยยกให้ลูกชายทำกิจการต่อ แม่รู้จักแกมานาน คุ้นเคยกัน พอเซ้งร้านเช่าตึกต่อก็คุยกันง่ายหน่อย แนะนำว่า หากเจอทำเลร้านดี ๆ ให้ดูนิสัยใจคอเจ้าของตึกด้วย สัญญาต่างๆ เช็คดูให้ดี มีประวัติมาก่อนยังไงบ้าง เรื่องสิ่งเล้นลับมีไหม ฮ่าๆ อันนี้สำคัญเพราะผมกลัวผีมาก มารู้ทีหลังว่ามีสิ่งเร้นลับ แต่ไม่เคยเจอตัวเป็น ๆ จะค่อย ๆ เล่าไป ว่าคืออะไร  ส่วนการเทคโอเวอร์ ตกลงราคา ก็คุยกันเลย จะขอผ่อนจ่าย จ่ายครึ่งนึง แล้วผ่อน ก็ทำสัญญากัน ต้องยอมเสียเงินหาทนาย ร่างสัญญาขึ้นมา ส่วนสัญญาเช่าส่วนใหญ่ฝั่งเจ้าของตึกจะมีทนายส่วนตัว แม่ผมก็ไปเจอกับทนายพร้อมลุงเกาหลีเจ้าของตึกนัดเจอกัน เซ็นสัญญาเช่ากัน 5 ปี ระยะยาว สั้นก็ตกลงกันกับผู้ให้เช่า

เรียบร้อยเรื่องสัญญาเช่า ซื้อร้านเทคโอเวอร์จ่ายเงินกันเรียบร้อย ต่อไปก็ติดต่อ Health department ในรัฐตัวเอง เจ้าหน้าที่จะต้องมา Inspection ตรวจสอบร้าน ถึงแม้ว่าร้านยังไม่ได้ปิดไป เมื่อจะเปิดร้านในชื่อคนอื่น ซื้อกิจการต่อ ก็ต้องตรวจสอบขอกันใหม่ แต่จะง่ายกว่าร้านที่ปิดตายมานานแล้ว แบบนั้นเรื่องจะเยอะยาวเลย ขั้นตอนต่าง ๆจะยุ่งตรงนี้หร่ะ  จะต้องไปนัดเจ้าหน้าที่ เข้ามาตรวจสอบร้าน และกรอกฟอร์มขอว่า จะทำร้านอะไร เมนูอาหารมีอะไรบ้าง เครื่องใช้ในครัว เตา ตู้เย็น ตู้แช่ต่างๆ มีอะไรบ้างห้องน้ำสำหรับลูกค้า โต๊ะอาหาร มีกี่ที่นั่ง แล้วเจ้าหน้าที่จะนัดวันเข้ามาตรวจสอบร้าน

ส่วนเรื่อง tax ภาษี ก็ต้องไปจดทะเบียนร้านค้าในเขต city นั้น สำคัญมาก เปิดบัญชีธนาคาร business ขอเครื่องรูดบัตรเครดิตร้านค้า แล้วแต่โปรโมชั่นของแบงค์อยากได้แบงค์ไหน ตามใจเจ้าของร้านเลย เอาสะดวกไว้ก่อน ใกล้ ๆร้านนี่หร่ะ มีไรคุยกันได้ง่ายหน่อย คนเอเชียอย่างเรา แม่ผมก็ใช้การเจรจาสุภาพยิ้มแย้มติดต่อเจ้าหน้าที่แบงค์นี่หร่ะ เวลาเกิดปัญหาทำไร ขอเครดิตอะไร มันก็จะง่ายหน่อย

ตอนหน้าจะมาเล่าต่อว่า เจ้าหน้าที่จาก Health department มาตรวจสอบร้านก่อนเปิดจะมีปัญหาหรือไม่ยังไง กว่าจะเปิดร้านค้าขายได้ 

The following two tabs change content below.
LitTLe
ผม little @ Usavisa4thai & TLe Keerati @ Facebook & tle , บูลสกาย Smile Boy @ Pantip ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย ชอบค้นหาความรู้ มาแชร์ แบ่งปัน ประสบการณ์ต่างๆ ยินดีเต็มใจให้แชร์ต่อ และให้เครดิตกลับมาทางเว็บเรา แต่ไม่ยินยอมให้นำข้อมูลไปหาประโยชน์ทางการค้า เข้ามาพูดคุย ทักทาย แบ่งปันความรู้ ให้กันและกัน ทุกๆ วัน นะครับ (=^_^=)